ก็แค่ผู้ชายธรรมดา

รูปภาพของฉัน
มองโลกที่มันเป็นไป แล้วย้อนกลับมามองตัวเราที่มันผ่านมา

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

"คุณไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนอดีตได้ แต่สิ่งที่คุณสามารถเปลี่ยนได้คืออนาคตเพื่อที่จะเป็นอดีตที่ดีกว่า" ^_<*

..........หากรู้จักมองชีวิตให้ครบทุกด้าน
กาลเวลาที่เราสมมุติว่าเป็นอดีตหรือปัจจุบัน
..........ย่อมเป็นครูสอนชีวิตให้มีคุณค่าและสามารถฟ้องอนาคตข้างหน้า
ว่า จะเป็นเช่นไรได้ด้วยภาวะที่ลงตั

..........คนเรามักมีภาพของความรู้สึกดีๆ ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของตัวเองเสมอ
อาจเป็นความรู้สึกพึงใจที่เล็กๆ กระทั่งเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่เคยสัมผัส
..........แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด แต่ความทรงจำนั้นก็ไม่มีวันเลือนหายไป
จากใจซึ่งถูกเก็บไว้ในอดีตของวันวาน

.............ทว่าอดีตก็เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้ายเพียง ใด
ก็ชื่อว่าเป็นประสบการณ์ที่ชีวิตได้ล่วงเลยผ่านมา
......แต่คนเรากลับชอบที่จะรื้อฟื้นความทรงจำเหล่านั้นเสมอ
จึงเกิดภาพซ้อนที่ทำให้ติดอยู่ในความทรงจำทั้งเรื่องที่ดีและร้ายคละเคล้ากันเรื่อยมา

..........บ้างก็คิดถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี บ้างก็จมอยู่กับความหมองเศร้า
ที่ไม่รู้ว่าจะให้สลายไปจากใจได้อย่างไร อดีตจึงมีอิทธิพลสำหรับคนที่รู้เท่าไม่ทัน
.......ทำให้เจ้าของชีวิตต้องจมอยู่กับความรู้สึกนั้น

.........แต่ปราชญ์ทั้งหลายกลับเชิญชวนให้คนเราหันกลับมาทำความเข้าใจชีวิต
ในปัจจุบันเป็นหลัก เพื่อให้มีเวลาทำความรู้จักกับความจริงที่มี
และเข้าใจภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรู้เท่าทัน
.........โดยไม่ยึดติดกับภาพเดิมๆที่มีอยู่อีกต่อไป เพราะอดีตเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว
ส่วนอนาคตก็เป็นภาวะที่ไปยังไม่ถึง ทุกความคิด
และการกระทำจึงควรยุติอยู่ที่ปัจจุบันเป็นสำคัญ

..........แต่ใช่ว่าความทรงจำที่ผ่านมาจะเลวร้ายเสียทีเดียว
เพราะถ้ารู้จักใช้อดีตที่ผ่านมาเป็นครูสอนชีวิตให้ฉลาดขึ้น
.........อดีตนั้นก็สามารถก่อเป็นความงามได้เช่นกัน
เพราะเมื่อไม่สามารถลบล้างอดีตได้ เราก็ควรเรียนรู้ชีวิตผ่านอดีตนั้น
.........โดยใช้เป็นอุปกรณ์ในการสอนปัจจุบันที่ประสบอยู่แต่ละขณะให้ดีขึ้น
เป็นการใช้ปัจจุบันเป็นตัวการแก้ไขข้อบกพร่องในวันวานที่ผ่านมา
เพื่อให้ความทรงจำเหล่านั้นมีชีวิตจริงขึ้นมาได้

........ถ้าอดีตที่ผ่านมาเป็นความทรงจำที่เลวร้าย
อาจจะเกิดจากความคิดและการกระทำที่ไม่เป็นดังใจหวัง
........เราก็ใช้ปัจจุบันที่มีแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดให้เป็นความถูกต้อง

.............หากเป็นอดีตที่ดีงามในความทรงจำ ทุกอย่างที่ผ่านมาช่างก่อ
ให้เกิดคุณค่าต่อชีวีที่มีอยู่ ก็ให้เอาอดีตเหล่านั้นมาสอนปัจจุบันให้รู้จัก
.............ต่อยอดสิ่งที่ดีนั้นไว้ มิใช่ทิ้งขว้างให้จากไปโดยไม่รู้จักใส่ใจ

..........เพราะหลายครั้งจะเห็นได้ว่าคนเราเวลาทำอะไรในปัจจุบันที่ขาดหลัก
และหลงลืมอดีตที่ดีงามของตน สุดท้ายเส้นทางสายใหม่ที่คิดว่าจะไฉไลกว่าเดิม
ก็เต็มไปด้วยขวากหนามที่คอยทิ่มแทงให้เจ็บตัวอยู่เรื่อยมา

................." ความสุขที่หายไปในชีวิตเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา
เราตามเก็บรายละเอียดเหล่านั้นคืนได้หรือยังในปัจจุบัน.... ?................."

...........ดังนั้น เมื่อปรารถนาให้ความสุขกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เราจึงต้องเรียนรู้การตามเก็บความสุขด้วยความเข้าใจ ใส่ใจในรายละเอียด
เพิ่มมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะมองความสุขให้รอบด้านด้วยปัญญาที่มาจากความเข้าใจ

.........เพราะหากรู้จักมองชีวิตให้ครบทุกด้าน
กาลเวลาที่เราสมมุติว่าเป็นอดีตหรือปัจจุบันย่อมเป็นครูสอนชีวิตให้มีคุณค่า
และฟ้องอนาคตข้างหน้าว่าจะเป็นเช่นไรได้ด้วยภาวะที่ลงตัว

........อดีตที่เลวร้ายหากไม่ได้รับการแก้ไข
ย่อมฟ้องปัจจุบันว่าจะประสบกับความหมองเศร้าทวีคูณ
........ปัจจุบันที่ไร้ค่า ย่อมฟ้องความไร้ค่าในอนาคตเช่นกัน
อดีตที่สวยงามย่อมต่อยอดเป็นความดีได้ในปัจจุบัน
........ปัจจุบันที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแห่งชีวี
ย่อมเป็นอาภรณ์ฟ้องอนาคตที่จะพึงมีให้งดงามตลอดไป

..........ด้วยเหตุนี้แม้กาลเวลาจะดำรงอยู่
บนความไม่แน่นอนของชีวิตเพียงใด
แต่เราก็สามารถที่จะเลือกได้ว่า ...

..........จะให้ชีวิตที่ผ่านมาเป็น ครูสอนอะไร ?
จะทำปัจจุบันที่มีอยู่ส่งต่อไปสู่อนาคตอย่างไร ?
...............ความสุขที่หายไปจึงจะกลับคืนมาสู่ชีวิตของเราด้วยความลงตัว...*>_^

"You can't change the past but you
can change the future into a better past!!!"

"คุณไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนอดีตได้
แต่สิ่งที่คุณสามารถเปลี่ยนได้คืออนาคตเพื่อที่จะเป็นอดีตที่ดีกว่า" ^_<*