ก็แค่ผู้ชายธรรมดา

รูปภาพของฉัน
มองโลกที่มันเป็นไป แล้วย้อนกลับมามองตัวเราที่มันผ่านมา

วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทิศตนทำความดีจนถูกวิจารณ์ ยังดีกว่าดักดานอยู่เงียบๆ (โดยไม่ยอมทำอะไร) จนไม่มีค่าพอที่จะถูกพูดถึง

*วางความคิด ชีวิตสงบ ฟุ้งตามความคิด ชีวิตไม่สงบ

*ก้อนหินจะหนักก็ต่อเมื่อเอาตัวเข้าไปแบก

*เงินคือปัจจัยอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ดัชนีวัดความสำเร็จของชีวิต

*หากเราวิ่งตามความอยากไปอย่างขาดสติ ไม่ต่างอะไรกับคนที่พยายามวิ่ง

ไปเพื่อให้ถึงเส้นขอบฟ้า หรือคนที่เพียรตักน้ำไปเติมทะเลเพื่อให้เต็ม

*เรา ต่างเป็นคนเหมือนกันหมด แต่โดยสมมติทางสังคม 

วันหนึ่งเรากลายเป็นข้าราชการ

ดังนั้นจะแปลกอะไร ถ้าหลังเกษียณเราจะกลับมาเป็นคนธรรมดาอีกครั้ง

*ทุกอย่างย่อมมีทั้งดีทั้งไม่ดี มีทั้งได้ทั้งเสีย ไม่มีใครได้ทุกอย่างดังใจหวัง

และก็ไม่มีใครที่ชีวิตนี้จะพลาดหวังหมดทุกอย่าง ชีวิตย่อมมีผิด มีถูก มีขึ้นมีลง

ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมตั้งตัวรับมือกับการขึ้นลงของชีวิตให้ดี อะไรเข้ามาก็รับให้ทัน

แล้วเรียนรู้จากมัน สุขก็เรียนรู้ ทุกข์ก็เรียนรู้ สมหวังก็เรียนรู้ ผิดหวังก็เรียนรู้

 ถ้าเราตั้งกติกาให้ตัวเองไว้อย่างนี้ ชีวิตนี้จะมีแต่กำไรทั้งหมด

**"..เราบริโภคแบรนด์ แทนที่จะบริโภคสิ่งที่ร่างกายต้องการจริงๆ

ทุกวันนี้คนจำนวนมากไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แต่ใส่ยี่ห้อของเสื้อผ้า

หรือไม่ได้สวมนาฬิกา แต่เขาสวมยี่ห้อของนาฬิกา

ไม่ได้กินอาหาร แต่กินบรรยากาศ กินรสนิยม.."

*ต้นทางของความอดทนนั้นขมขื่น แต่ผลบั้นปลายของมันหวานชื่นเสมอ

 

 ปล. จงคิดอย่างแยบคาย ใช้ชีวิตอย่างแยบยล เป็นคนอย่างยอดเยี่ยม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น