ก็แค่ผู้ชายธรรมดา
วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ทิศตนทำความดีจนถูกวิจารณ์ ยังดีกว่าดักดานอยู่เงียบๆ (โดยไม่ยอมทำอะไร) จนไม่มีค่าพอที่จะถูกพูดถึง
*วางความคิด ชีวิตสงบ ฟุ้งตามความคิด ชีวิตไม่สงบ
*ก้อนหินจะหนักก็ต่อเมื่อเอาตัวเข้าไปแบก
*เงินคือปัจจัยอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ดัชนีวัดความสำเร็จของชีวิต
*หากเราวิ่งตามความอยากไปอย่างขาดสติ ไม่ต่างอะไรกับคนที่พยายามวิ่ง
ไปเพื่อให้ถ ึงเส้นขอบฟ้า หรือคนที่เพียรตักน้ำไปเติมทะเลเพื่อให้เต ็ม
*เรา ต่างเป็นคนเหมือนกันหมด แต่โดยสมมติทางสังคม
วันหนึ่งเรากลายเป็นข้าราชการ
ดังนั้นจะแปลกอะไร ถ้าหลังเกษียณเราจะกลับมาเป็นคนธรรมดาอีกค รั้ง
*ทุกอย่างย่อมมีทั้งดีทั้งไม่ดี มีทั้งได้ทั้งเสีย ไม่มีใครได้ทุกอย่างดังใจหวัง
และก็ไม่มีใครที่ชีวิตนี้จะพลาดหวังหมดทุก อย่าง ชีวิตย่อมมีผิด มีถูก มีขึ้นมีลง
ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมตั้งตัวรับมือกับก ารขึ้นลงของชีวิตให้ดี อะไรเข้ามาก็รับให้ทัน
แล้วเรียนรู้จากมัน สุขก็เรียนรู้ ทุกข์ก็เรียนรู้ สมหวังก็เรียนรู้ ผิดหวังก็เรียนรู้
ถ้าเราตั้งกติกาให้ตัวเองไว้อย่างนี้ ชีวิตนี้จะมีแต่กำไรทั้งหมด
**"..เราบริโภคแบรนด์ แทนที่จะบริโภคสิ่งที่ร่างกายต้องการจริงๆ
ทุกวันนี้คนจำนวนมากไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แต่ใส่ยี่ห้อของเสื้อผ้า
หรือไม่ได้สวมนาฬิกา แต่เขาสวมยี่ห้อของนาฬิกา
ไม่ได้กินอาหาร แต่กินบรรยากาศ กินรสนิยม.."
*ต้นทางของความอดทนนั้นขมขื่น แต่ผลบั้นปลายของมันหวานชื่นเสมอ
ปล. จงคิดอย่างแยบคาย ใช้ชีวิตอย่างแยบยล เป็นคนอย่างยอดเยี่ยม
จงเติบโตจากความผิดพลาด จงเฉลียวฉลาดจากความผิดหวัง
*อย่าประมาทและมีสติ ในการดำเนินชีวิต
ถ้าเรามองว่า...วิกฤติจะมาพร้อมกับบทเรียนดี ๆ เสมอ
ก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องทุกข์ใจเพราะวิกฤติ
ตรงกันข้าม ควรจะขอบคุณวิกฤติเสียด้วยซ้ำ
ที่เกิดขึ้นมาแต่ละครั้งก็ช่วยท ำให้เรารู้จักสร้างภูมิคุ้มกันใ ห้แก่ชีวิต
*อย่ามัวแต่กลัวความทุกข์ หรือปล่อยให้ความทุกข์เล่นงาน เราต้องรู้จักเก็บเกี่ยวประโยชน์จากความทุกข์ บ้าง มองความทุกข์ว่าเป็นครู ทุกข์น้อยๆ ก็ครูประถม ทุกข์มากๆ ก็ครูมัธยม ทุกข์หนักหนาสาหัสก็ครูมหาวิทยาลัย ทุกข์เจียนตายก็ครูระดับศาสตราจารย์
*อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของ ตัวเอง เพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้ เราเป็นทุกข์ แต่บางทีอาจมีผลต่อการยืนตร ง ๆ อย่างยาวนานของเราด้วย
*เราเป็น "นักศึกษาตัวน้อยๆ" แห่งมหาวิทยาลัยชีวิต บทเรียนทุกบทของชีวิตมีไว้เ พื่อให้เราเรียน ไม่ได้มีไว้เพื่อเบือนหน้าห นี"
*คน ที่ควรสมเพชก็คือ ตัวเราเอง ซึ่งในบางครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรดี แต่กลับไม่ทำ และทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรไม่ดี แต่กลับตั้งใจทำลงไป
*อุทิศตนทำความดีจนถูกวิจารณ์ ยังดีกว่าดักดานอยู่เงียบๆ
(โดยไม่ยอมทำอะไร) จนไม่มีค่าพอที่จะถูกพูดถึง
ถ้าเรามองว่า...วิกฤติจะมาพร้อมกับบทเรียนดี ๆ เสมอ
ก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องทุกข์ใจเพราะวิกฤติ
ตรงกันข้าม ควรจะขอบคุณวิกฤติเสียด้วยซ้ำ
ที่เกิดขึ้นมาแต่ละครั้งก็ช่วยท
*อย่ามัวแต่กลัวความทุกข์ หรือปล่อยให้ความทุกข์เล่นงาน เราต้องรู้จักเก็บเกี่ยวประโยชน์จากความทุกข์ บ้าง มองความทุกข์ว่าเป็นครู ทุกข์น้อยๆ ก็ครูประถม ทุกข์มากๆ ก็ครูมัธยม ทุกข์หนักหนาสาหัสก็ครูมหาวิทยาลัย ทุกข์เจียนตายก็ครูระดับศาสตราจารย์
*อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของ
*เราเป็น "นักศึกษาตัวน้อยๆ" แห่งมหาวิทยาลัยชีวิต บทเรียนทุกบทของชีวิตมีไว้เ
*คน ที่ควรสมเพชก็คือ ตัวเราเอง ซึ่งในบางครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรดี แต่กลับไม่ทำ และทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรไม่ดี แต่กลับตั้งใจทำลงไป
*อุทิศตนทำความดีจนถูกวิจารณ์ ยังดีกว่าดักดานอยู่เงียบๆ
(โดยไม่ยอมทำอะไร) จนไม่มีค่าพอที่จะถูกพูดถึง
วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
